เกี่ยวกับเรา ข่าวความเคลื่อนไหว วีดีโอคลิป (Video Clips) รูปกิจกรรม กระดานสนทนา ติดต่อเรา

โครงการคืนต้นไม้ให้ป่า คืนเวลาให้โลก (The Green Time Project)

ความเป็นมาของโครงการ

ขณะที่สถานการณ์โลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ผลกระทบที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ภาวะน้ำทะเลหนุนและการเกิดคลื่นพายุซัดฝั่งที่อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมหาศาล สิ่งหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบดังกล่าวได้ คือ ป่าชายเลน

ป่าชายเลน เป็นระบบนิเวศนพบได้ในเขตร้อนของโลก

โดยเฉพาะในบริเวณใกล้ปากแม่น้ำซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างแผ่นดินกับทะเลที่น้ำจืดไหลลงสู่ทะเลผสมผสานกับน้ำเค็มกลายเป็นน้ำกร่อย ดินตะกอนที่มากับแม่น้ำจะตกลงสู่พื้นสะสมรวมตัวเป็นหาดเลนกว้างใหญ่ ซึ่งส่วนหนึ่งจะมีต้นไม้ขึ้นก่อตัวเป็นป่าอันเป็นที่มาของชื่อ “ป่าชายเลน” ป่าชายเลนจึงเป็นกำแพงธรรมชาติที่ช่วยลดความแรงของคลื่น ป้องกันการกัดเซาะ และความเสียหายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชายฝั่งทั้งในยามปกติและยามที่มีพายุหรือสึนามิ เป็นบริเวณที่มีทรัพยากรธรรมชาติหนาแน่นและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน และที่อยู่ของสัตว์และพืชที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและทำมาหากินของชาวประมงชายฝั่งและคนในท้องถิ่นทั่วไป นอกจากนั้นเช่นเดียวกับป่าอื่นๆ ป่าชายเลนยังเป็นกลไกธรรมชาติในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างสภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กำลังเริ่มมีผลคุกคามอย่างรุนแรงโดยตรงต่อทั้งธรรมชาติและสังคมมนุษย์อยู่ในขณะนี้ ป่าชายเลนจึงมีคุณค่ามหาศาลทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

สถานการณ์ป่าชายเลนทั่วโลกขณะนี้อยู่ในสภาพเลวร้ายยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศไทย พื้นที่ป่าชายเลนได้ลดลงกว่าครึ่งหนึ่งในห้าสิบปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งล้านไร่ในบริเวณรอบอ่าวไทยตอนใน ชายฝั่งภาคตะวันออก และชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ ดังนั้นการอนุรักษ์ป่าชายเลนที่ยังเหลืออยู่และฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมโทรมลงจึงมีความสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่งต่อประเทศไทยและโลกโดยรวม

งานสำคัญประการหนึ่งที่มูลนิธิกองทุนไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือ การส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องป่าชายเลน มูลนิธิฯได้ทำงานมากว่า 5 ปี ทั้งในแนวลึกและแนวกว้าง คือ เน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ พร้อมๆ กับเน้นการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนท้องถิ่นในบริเวณป่าชายเลน เพื่อสร้างความตื่นตัว ความเข้าใจ ความรู้สึกหวงแหน และการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาให้กับชาวบ้านและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ได้ประโยชน์จากป่านี้โดยตรง

มูลนิธิกองทุนไทย และ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 จังหวัดสมุทรสาคร จึงได้จัดทำ “โครงการคืนต้นไม้ให้ป่า คืนเวลาให้โลก” ขึ้น ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณโครงการจากบริษัทยูพีเอส เพื่อฟื้นคืนพื้นที่ป่าชายเลนที่สูญเสียไปให้กับประเทศไทย ด้วยการปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมไปฟื้นฟูป่าชายเลนที่มีอยู่เดิม แต่เสื่อมโทรมลงไป และเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนใหม่ในแนวที่ต่อเนื่องกันให้เป็นป่าผืนใหญ่ขึ้น มีศักยภาพในการดูแลรักษาตนเอง ด้วยความช่วยเหลือของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านในท้องถิ่น และสาธารณชนทั่วไป อันจะนำไปสู่การดำรงอยู่ของป่าชายเลนอย่างยั่งยืน ให้มีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เนื่องจากป่าชายเลนจะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศอันเป็นสาเหตุของสภาวะโลกร้อน และลดผลกระทบที่เกิดจากน้ำทะเลหนุนสูงและคลื่นซัดชายฝั่ง โครงการยังจะมีผลในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศน์ชายฝั่งของอ่าวไทยตอนในที่กำลังเสื่อมโทรมลงทุกทีจากการพัฒนาของมนุษย์อีกด้วย

“โครงการคืนต้นไม้ให้ป่าคืนเวลาให้โลก” จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างแท้จริง โครงการนี้มุ่งลดทั้งสาเหตุต้นตอและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรากฏการณ์โลกร้อน ที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและเกิดคลื่นรุนแรงกัดเซาะชายฝั่งอ่าวไทยตอนในของประเทศไทย โดยการฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน และดูแลรักษาพื้นที่ทั้งหมดนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติปากน้ำมหาชัยฝั่งตะวันตก ภายใต้ความรับผิดชอบของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาป่าชายเลนที่ 2 จังหวัดสมุทรสาคร นอกจากนั้นโครงการยังจะบูรณะซ่อมแซมเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่มีความยาว 1,500 เมตรในป่าชายเลนดังกล่าวให้กลับมาให้บริการธรรมชาติศึกษาแก่สาธารณชนได้อีกครั้งหนึ่ง การเพาะกล้าไม้ชายเลน 200,000 ต้นในโครงการนี้ส่วนหนึ่งจะดำเนินการโดยอาสาสมัคร ทั้งที่เป็นคนในท้องถิ่น เยาวชน และประชาชนทั่วไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมโทรมและเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนใหม่บริเวณปากน้ำมหาชัย (ปากแม่น้ำแม่กลอง) ของอ่าวไทยตอนใน
2. เพื่อร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ลดผลกระทบที่เกิดจากน้ำทะเลหนุนสูงและคลื่นซัดชายฝั่ง และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศน์ชายฝั่งของอ่าวไทยตอนในที่กำลังเสื่อมโทรม
3. เพื่อให้ความรู้ สร้างความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ ชุมชนในพื้นที่ และสาธารณชนในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เครือข่ายความร่วมมือ

1. บริษัท ยูพีเอส
2. มูลนิธิกองทุนไทย
3. ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาป่าชายเลนที่ 2 จังหวัดสมุทรสาคร
4. องค์การบริหารส่วนตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
5. องค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดสมุทรสาคร
6. โรงเรียนและชุมชนในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง
7. สาธารณชนและอาสาสมัครในเครือข่ายของมูลนิธิกองทุนไทย

พื้นที่ดำเนินกิจกรรม

ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำแม่กลองอันเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติป่าชายเลนปากอ่าวมหาชัยฝั่งตะวันตก ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาป่าชายเลนที่ 2 จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ป่าชายเลนตามแนวชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 42 กิโลเมตร เดิมมีเนื้อที่ 8,865 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 7 ตำบล ตั้งแต่ ต.บางหญ้าแพรก ต.บางกระเจ้า ต.บ้านบ่อ ต.บางโทรัด ต.กาหลง ต.นาโคก ปัจจุบันมีเนื้อที่ป่าชายเลนเหลืออยู่ประมาณ 500 ไร่

การดำเนินโครงการ

ระยะเวลาการดำเนินโครงการ: 1 มกราคม - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 รวมระยะเวลา 12 เดือน (1 ปี)
กิจกรรมภายในโครงการ มีดังนี้

1) การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมและดูแลพื้นที่ป่าชายเลน
• การเพาะกล้าไม้ เพื่อปลูกซ่อมเสริมและขยายพื้นที่ 200,000 ต้น
• การปลูกซ่อมเสริมพื้นที่เสื่อมโทรม 350 ไร่
• การปลูกขยายพื้นที่ป่าชายเลน 150 ไร่
• การดูแลบำรุงรักษาพื้นที่ป่าชายเลนหลังการปลูก 500 ไร่
• การจัดทำแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่นในทะเล

2) กิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และอนุรักษ์ป่าชายเลน
• การซ่อมแซมบำรุงรักษาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 1.5 ก.ม.
• การจัดทำป้ายสื่อความหมายในพื้นที่

Share